เรื่องขนหัวลุก "น้ำมันตะเคียน"



        "น้ำมันตะเคียน"
        "จ่าปลื้ม" เล่าเรื่องขนหัวลุกของน้ำมันอาถรรพณ์
        ผมเคยได้ยินเรื่องราวของนางตะเคียน ที่เล่าขานสืบต่อกันมาหลากหลายรูปแบบ ส่วนมากมักจะคล้ายๆ กัน โดยเชื่อว่ามีผู้หญิง หรือนางไม้สิงสู่อยู่ที่ต้นไม้นั้น โดยเรียกขานให้ชัดเจนลงไปว่า "นางตะเคียน"
บ้างก็ว่านางตะเคียนมีฤทธิ์เดชมากกว่านางไม้ชนิดอื่นๆ ใครมาเคารพกราบไหว้และเซ่นสรวงด้วยอาหารคาวหวาน เพื่อหวังขอโชคลาภหรือสมปรารถนาในเรื่องต่างๆ นางตะเคียนก็มักจะดลบันดาลให้สำเร็จสมใจอยู่เสมอ
ตรงกันข้าม ถ้าผู้ใดลบหลู่ด้วยกิริยาวาจา ก็จะต้องได้รับความเดือดร้อนชนิดทันตาเห็น..ยิ่งผู้ที่เข้าไปรุกรานด้วยการตัดไม้เอาไปใช้ประโยชน์ต่างๆ มักจะโดนลงทัณฑ์ถึงแก่ชีวิตทุกคนไป ยกเว้นผู้มีวิชาแก่กล้าทางคุณไสย ได้ทำพิธีบวงสรวงโดยถูกต้องเท่านั้น จึงจะไม่เกิดอันตรายกับผู้ร่วมงานโค่นต้นตะเคียน
แม้แต่ภูตผีปีศาจด้วยกันก็ยำเกรงนางไม้ชนิดนี้
ตามป่าช้าในต่างจังหวัดมักมีต้นตะเคียนร่มครึ้มอยู่เสมอ เชื่อว่าจะข่มภูตผีดุร้ายต่างๆ ให้ยอมสยบ ไม่กล้าปรากฏกายขึ้นอาละวาดหรือหลอกหลอนให้ผู้คนขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆ กัน..น่าประหลาดที่ตะเคียนตามป่าช้าในชนบทมักขึ้นเอง แต่บ้างก็สันนิษฐานว่าชาวบ้านนิยมไปสร้างสุสานไว้ในดงตะเคียนมากกว่า
สมัยก่อน นิยมนำไม้ตะเคียนมาขุดเรือบ้าง ก่อสร้างวัดวาอารามและบ้านเรือนบ้าง เนื่องจากตะเคียนเป็นไม้เนื้อแข็ง มีอายุใช้งานได้เนิ่นนานดีนัก
เหตุนี้เองจึงมีเรื่อง "เสาตกน้ำมัน" น่าขนหัวลุกอุบัติขึ้นมา!
เสาเรือนที่เป็นไม้ตะเคียน หากตกน้ำมันย่อมหมายความว่าภูตผี หรือนางไม้ยังสิงอยู่ในเสานั้น ยามใดสบโอกาสก็จะมีน้ำมันรินไหลออกมาหยาดเยิ้มไม่ขาดสาย เป็นสิ่งเตือนใจให้เจ้าของบ้านรีบหาอาหารหวานคาวมาเซ่นไหว้ รวมทั้งหาผ้าแพรสีสวยๆ ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งรักใคร่ของสตรีมาผูกรอบเสานั้น นางตะเคียนก็จะพออกพอใจ ไม่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจใดๆ ให้แม้แต่น้อย
ถ้าอารมณ์ดีขึ้นมา นางตะเคียนก็อาจจะให้เลขเด็ดด้วยการปรากฏขึ้นที่เสาบ้าง มาเข้าฝันบ้าง..มีคนนำไปเสี่ยงโชคจนถูกหวย รวยลอตเตอรี่กันมาหลายรายแล้ว
ตรงข้าม ถ้าเจ้าของบ้านไม่สนใจแยแส นางตะเคียนนั้นก็จะออกมาหลอกหลอนเด็กเล็กให้เจ็บไข้ได้ป่วย เพ้อพกถึง "ผู้หญิงในชุดไทย" จนถึงกับอาการหนัก บางรายเสียชีวิตไปก็มี หรือไม่ก็จะเกิดเคราะห์หามยามร้ายต่างๆ ทรัพย์สินวิบัติวอดวายไปทันตาเห็น
ที่รุนแรงจนถึงกับโดนไฟไหม้บ้านก็เคยปรากฏมาแล้ว!
เมื่อราว 3-4 ปีก่อน ผมไปกราบไหว้หลวงปู่ทวด-เหยียบน้ำทะเลจืด ที่วิหารของท่านในวัดเอี่ยมวรนุช บางขุนพรหม ได้พบกับ "อาจารย์น้อม" ชายชราวัยแปดสิบเศษที่ยังสดชื่นแข็งแรง..ได้ทราบว่าท่านผู้นี้เองเป็นคนออกแบบตำหนักอันงดงามของเจ้าแม่กวนอิมที่ถัดเข้าไปด้านใน
..ใต้เงาไม้ร่มรื่นด้านข้างพระอุโบสถวัดเอี่ยมฯ เมื่อเราคุยกันถึงโอปปาติกะและสัมภเวสีต่างๆ มาพอสมควร อาจารย์น้อมได้กรุณาเล่าถึงรายละเอียดพิสดารของ "อิทธิฤทธิ์นางตะเคียน" ให้ผมฟัง
ขอนำมาถ่ายทอดสู่ท่านผู้อ่าน ดังนี้
ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องราวของนางไม้ผู้นี้โดยละเอียดพิสดาร ตามที่ได้รับรู้กันเป็นส่วนมากแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่มีอำนาจลึกลับ สะกดจิตใจของมนุษย์ผู้ชายให้เคลิบเคลิ้มหลงใหล ประหนึ่งตกอยู่ใต้มนต์เข้มขลังได้อย่างง่ายดาย
น้ำมันตะเคียน!..น้ำมันที่รินไหลเงียบเชียบ ชุ่มเยิ้มอยู่ตามโคนต้นเสา ไม่ว่าจะเป็นบนเรือนหรือใต้ถุนบ้านก็ตาม มีผ้าแพรผูกไว้บ้าง ปิดทองอร่ามบ้าง ไม่มีใครรู้ว่าต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นจนแห้งตายมาเป็นปีๆ จนถึงหลายสิบปีอยู่ จะมีน้ำมันไหลออกมาให้น่าขนลุกขนพองได้ยังไงกัน?
นั่นคือสิ่งที่คนส่วนมากมองข้ามไป..กลิ่นหอมอันแสนจะมหัศจรรย์ของน้ำมันตะเคียน!
ในตอนกลางวัน ทั้งๆ ที่อากาศร้อนอบอ้าว แต่น้ำมันที่ตกจากเสาดูจะสงบนิ่งราวจะเหือดหายไปโดยง่าย อีกทั้งปราศจากกลิ่นอายใดๆ ที่ชวนให้หวาดระแวง..แต่เมื่อยามราตรีมาถึง น้ำมันนั้นกลับเอ่อชุ่ม ไหลรินเงียบเชียบ กลิ่นหอมอันลี้ลับ เยือกเย็น สะกดให้คนอยู่ใกล้ได้กลิ่นแล้วพร่ามึนเหมือนถูกมนต์สะกดไปตามๆ กัน
โดยเฉพาะผู้ชายหนุ่มๆ จะตกเป็นเหยื่อได้ง่ายดายที่สุด!
เมื่อได้กลิ่นหอมแปลกประหลาด เผลอไผลสูดดมเข้าไปได้ครู่เดียว..ชายนั้นจะมองเห็นภาพสาวงามในชุดชาวดังปรากฏขึ้นเลือนราง..ก่อนจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นทุกที จนกลายเป็นมนุษย์ผู้มีเลือดเนื้อและชีวิตชีวาขึ้นโดยพลัน
สาวสวยผู้หอมกรุ่นชม้ายชายตามอง ยั่วยวนให้ชายหนุ่มตะลึงลาน บังเกิดความหลงใหลเข้าไปไขว่คว้าจับต้อง..ร่วมอภิรมย์สมสองชนิดลืมตัวลืมตาย!
เมื่อมีผู้มาพบในวันรุ่งขึ้น ล้วนตกตะลึงพรึงเพริดไปตามๆ กัน ที่เห็นชายนั้นกอดรัดเพ้อรำพันอยู่กับเสาตกน้ำมัน พูดจาไม่เป็นภาษา ใครห้ามปรามก็ไม่ฟัง จนต้องไปนิมนต์พระหรือเชิญผู้เก่งกล้าวิทยาคมมาช่วยเหลือ ใช้น้ำมนต์แก้อาถรรพณ์จึงทุเลาจากน้ำมันเสน่ห์ของนางตะเคียน
รายหนึ่งที่อยุธยา สามีเกิดคลุ้มคลั่งอาการหนักจนไม่อาจจะถอนเสน่ห์ได้..ภรรยาต้องตัดใจรื้อเรือนถวายวัดไป สามีจึงได้สติกลับมาตามเดิม..เป็นที่โจษขานร่ำลือกันสืบมาจนถึงทุกวันนี้! น่าขนหัวลุกนะครับ


ในภาพอาจจะมี กลางคืน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น